ถ่ายทอดสด CTH Stadium 1
ดูออนไลน์ Live TV
ทายผล เบิร์นลี่ย์ พบแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้ตัดสิน คริส ฟอย
ผู้ช่วยผู้ตัดสิน ไมเคิล มัลลาร์กี้ย์, มิค แม็คโดเนาจ์
ผู้ตัดสินที่สี่ มาร์ค แคลตเทนเบิร์ก
ทั้งเบิร์นลี่ย์ และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่างก็ร่วงตกรอบลีก คัพ มาด้วยกันทั้งคู่ แต่ดูเหมือนผลการแข่งขันที่ทุกคนช็อคจะไปอยู่ที่ทีมเยือนมากกว่าที่โดนเอ็มเค ดอนส์ ถล่มไปแบบยับเยินถึง 4-0 อย่างไรก็ตาม เกมนี้พวกเขาได้นักเตะหน้าใหม่เข้ามาคือ อังเคล ดิ มาเรีย ซึ่งบางทีค่าตัวของเขาคนเดียวก็อาจใช้ซื้อตัวนักเตะทั้งทีมของ ฌอน ไดช์ ได้เลยก็เป็นได้
สำหรับนักเตะปีศาจแดงชุดนี้ มีอยู่ 5 คนที่น่าจะยังจดจำความผิดหวังที่เทิร์ฟ มัวร์ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2009 ได้ โดยแชมป์เก่าในตอนนั้นอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปแพ้ต่อเบิร์นลี่ย์ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาเตะลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปีชนิดหักปากกาเซียน ร็อบบี้ เบลค เป็นคนซัดประตูชัย ขณะที่ ไบรอัน เจนเซ่น ก็มาเซฟลูกจุดโทษของ ไมเคิล คาร์ริค ไปด้วย
ฤดูกาลนั้นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลาดแชมป์ให้กับเชลซีไปเพียงคะแนนเดียว ขณะที่เบิร์นลี่ย์ซึ่งคุมทีมโดย โอเว่น คอยล์ ก็ตกชั้นไป โดยที่คอยล์ได้ย้ายไปคุมทีมโบลตันระหว่างฤดูกาล จากนั้นอีก 2 ปีต่อมา โบลตันก็ตกชั้นตามไป และคอยล์ก็ถูกปลดออกจากตำแหน่ง
สถิติการพบกันของทั้งสองทีม
– หลังจากแพ้เบิร์นลี่ย์ที่เทิร์ฟ มัวร์ มาในฤดูกาล 2009/10 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็กลับไปเอาชนะได้ 3-0 ในเกมที่เตะในโอลด์ แทรฟฟอร์ด ผู้ทำประตูคือ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ, เวย์น รูนี่ย์ และ มาเม่ บิรัม ดิยุฟ
– ก่อนหน้าที่เบิร์นลี่ย์จะเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ในเดือนสิงหาคม 2009 ครั้งหลังสุดที่เคยชนะก็ต้องย้อนไปถึงเดือนกันยายน 1968
– ครั้งสุดท้ายที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปเอาชนะเบิร์นลี่ย์ในลีกสูงสุดได้ก็คือเดือนเมษายน 1976
– นี่จะเป็นการพบกันครั้งที่ 121 ระหว่างทั้งสองทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะไปแล้ว 57 ครั้ง, เบิร์นลี่ย์ 44 ครั้ง และลงเอยด้วยผลเสมอกันไป 19 ครั้ง
เบิร์นลี่ย์
ผู้จัดการทีม ฌอน ไดช์
ฌอน ไดช์ ผู้จัดการทีมเบิร์นลี่ย์จะกลับมาใช้ผู้เล่นชุดใหญ่อีกครั้ง หลังจากได้พักกันมาในเกมลีก คัพ ที่แพ้ต่อเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ไปเมื่อกลางสัปดาห์ โดยนอกเหนือจาก แซม โว้กส์ แล้ว นักเตะทุกคนในทีมก็พร้อมใช้งานทั้งสิ้น
– ทีมเดอะ คลาเร็ตส์ พลาดเก็บคลีนชีทในพรีเมียร์ ลีก มาตลอด 29 เกมหลังสุด ครั้งหลังสุดที่พวกเขาไม่เสียประตูคือเกมเปิดบ้านชนะฮัลล์ ซิตี้ 2-0 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2009
– จากทั้ง 29 เกมที่ว่ามานั้น พวกเขาชนะได้เพียงแค่ 3 ครั้ง
– เบิร์นลี่ย์เก็บคลีนชีทได้แค่ 3 ครั้งเท่านั้นในการเตะพรีเมียร์ ลีก 40 เกมหลังสุด แต่หนึ่งในนั้นก็เป็นเกมที่เปิดบ้านเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ด้วย
– พวกเขาเป็นหนึ่งใน 2 ทีม (ร่วมกับบาร์นสลี่ย์) ที่ไม่เคยเตะในพรีเมียร์ ลีก แล้วจบลงด้วยผลเสมอแบบไร้สกอร์เลย
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม หลุยส์ ฟาน กัล
ด้านแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด น่าจะส่ง อังเคล ดิ มาเรีย นักเตะใหม่เจ้าของค่าตัว 59.7 ล้านปอนด์ลงสนามทันที หลังจาก หลุยส์ ฟาน กัล ยืนยันด้วยตัวเองว่าเขาฟิตพอ แต่สำหรับ มาร์กอส โรโฮ กองหลังที่เพิ่งย้ายเข้ามายังไม่สามารถเคลียร์เรื่องใบอนุญาตทำงานได้ทัน ทำให้ยังต้องรอโอกาสประเดิมสนามกันต่อไป
– ด้วยคะแนนเดียวจาก 2 เกมแรก ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มต้นฤดูกาลได้แย่ที่สุดนับตั้งแต่การแข่งขันเปลี่ยนชื่อมาเป็นพรีเมียร์ ลีก ในฤดูกาล 1992/93 โดยตอนนั้นพวกเขาแพ้ 2 เกมแรก แต่สุดท้ายก็คว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ
– นั่นทำให้สถิติการคุมทีมในลีก 2 เกมแรกของ หลุยส์ ฟาน กัล นั้นเทียบเท่ากับ 2 เกมแรกที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เข้ามาทำทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เลย
– พวกเขาเก็บคลีนชีทได้เพียงแค่ 2 ครั้งเท่านั้นจากการเตะพรีเมียร์ ลีก 10 เกมหลังสุด และจากการเตะนอกบ้าน 5 เกมหลังก็ยังไม่สามารถทำคลีนชีทได้เลย
– ความพ่ายแพ้ย่อยยับต่อเอ็มเค ดอนส์ 4-0 นับเป็นครั้งแรกที่พวกเขาเสียประตูให้กับทีมในลีกระดับต่ำกว่ามากถึง 4 ลูกในลีก คัพ
– หลังจากผ่านมา 2 เกมในฤดูกาลนี้ ทีมปีศาจแดงมีสถิติการครอสบอลในลีกสูงสุดน้อยที่สุด (เพียงแค่ 5% เท่านั้น ไม่รวมลูกเตะมุม)
– นักเตะใหม่ อังเคล ดิ มาเรีย ทำสถิติแอสซิสต์ไป 11 ครั้ง ในการเตะลา ลีกา 11 เกมหลังสุด โดยเขาจบฤดูกาลด้วยการทำแอสซิสต์ในลีกสเปนไปทั้งหมด 17 ครั้ง
– มีแค่ ลิโอเนล เมสซี่ (57) เท่านั้นที่ทำแอสซิสต์ได้มากกว่า ดิ มาเรีย (49) ในลา ลีกา นับตั้งแต่ฤดูกาล 2010/11 เป็นต้นมา และเมื่อนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2011 มีเพียงแค่ ลิโอเนล เมสซี่ กับ เมซุต โอซิล (คนละ 39) เท่านั้นที่ทำแอสซิสต์ได้มากกว่า ดิ มาเรีย (38) ใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรป
การพบกันในพรีเมียร์ ลีก
16 มกราคม 2010: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3 – 0 เบิร์นลี่ย์
19 สิงหาคม 2009: เบิร์นลี่ย์ 1 – 0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
SiR KeaNo, Por